ข้อกำหนดและเงื่อนไขของ Times CAR RENTAL

ข้อตกลงนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2020

หมวดที่ 1 - ข้อกำหนดทั่วไป

ข้อ 1 ข้อตกลงการใช้บริการ

  1. TIMES MOBILITY CO., LTD. (ต่อจากนี้เรียกว่า “บริษัท”) จะให้ผู้เช่าเช่ารถยนต์ (ต่อจากนี้เรียกว่า “รถเช่า”) และผู้เช่าจะเช่ารถเช่าจากบริษัทตามข้อกำหนดทั้งหมดในข้อตกลงฉบับนี้ สิ่งใดที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อตกลงฉบับนี้จะเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแนวทางปฏิบัติโดยทั่วไป
  2. บริษัทอาจจัดทำข้อกำหนดพิเศษหากข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้ฝ่าฝืนวัตถุประสงค์ของข้อตกลงฉบับนี้ กฎหมายและข้อบังคับ คำสั่งทางปกครอง และแนวทางปฏิบัติโดยทั่วไป หากมีการจัดทำข้อกำหนดพิเศษขึ้น ข้อกำหนดดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เหนือข้อตกลงฉบับนี้
  3. หากผู้เช่าได้มอบหมายให้ผู้ขับขี่รายอื่นใช้งานดังที่อธิบายไว้ในข้อ 7 วรรค 1 ผู้เช่าจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าผู้ขับขี่รายอื่นเข้าใจและปฏิบัติตามข้อกำหนดของข้อตกลงฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ขับขี่

หมวดที่ 2 - การจอง

ข้อ 2 การดำเนินการจอง

  1. เมื่อผู้เช่าให้ความยินยอมตามข้อตกลงฉบับนี้ รายการราคาที่กำหนดไว้โดยแยกต่างหาก รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ ผู้เช่าจะสามารถดำเนินการจองได้ตามวิธีที่บริษัทกำหนดไว้โดยระบุรุ่นหรือคลาส วันและเวลาที่เริ่มต้นเช่า สาขาที่เช่า ระยะเวลาเช่า สาขาที่จะคืนรถ ชื่อผู้ขับขี่ คำขออุปกรณ์เสริม เช่น คาร์ซีท และเงื่อนไขอื่นๆ ในการเช่า (ต่อจากนี้เรียกว่า “เงื่อนไขในการเช่า”) เป็นการล่วงหน้าให้ชัดเจน
  2. เมื่อผู้เช่าดำเนินการจอง บริษัทจะเสนอรถเช่าที่อยู่ในการครอบครองเพื่อให้เช่า ขณะดำเนินการจอง บริษัทอาจขอให้ชำระค่าธรรมเนียมการจองที่กำหนดไว้โดยแยกต่างหากและผู้เช่าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมดังกล่าว

ข้อ 3 การเปลี่ยนแปลงการจอง

ผู้เช่าต้องได้รับความยินยอมจากบริษัทก่อนวันและเวลาที่เริ่มต้นเช่าหากมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการเช่าที่ระบุไว้ในวรรคที่ 1 ของข้อก่อนหน้านี้

ข้อ 4 การยกเลิกการจอง และอื่นๆ

  1. ผู้เช่าสามารถยกเลิกการจองได้โดยได้รับความยินยอมจากบริษัท
  2. การจองจะถือว่าถูกยกเลิกเมื่อขั้นตอนสำหรับเข้าทำข้อตกลงการเช่ารถเช่า (ต่อจากนี้เรียกว่า“ ข้อตกลงการเช่า”) ยังไม่ได้เริ่มขึ้นภายในหนึ่ง (1) ชั่วโมงนับจากเวลาที่เริ่มต้นเช่าซึ่งระบุไว้ในการจองเนื่องจากสถานการณ์ทางฝั่งของผู้เช่า
  3. หากผู้เช่าไม่สามารถชำระค่าธรรมเนียมการจองที่ระบุไว้ในข้อ 2 วรรค 2 ได้ภายในกำหนดเวลาที่บริษัทระบุไว้ บริษัทสามารถยกเลิกการจองดังกล่าวได้
  4. หากการจองถูกยกเลิกตามสองวรรคก่อนหน้านี้ ผู้เช่าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกการจองให้แก่บริษัทตามที่บริษัทได้กำหนดไว้โดยแยกต่างหาก หากมีการชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกการจองเมื่อชำระค่าธรรมเนียมการจองแล้ว บริษัทจะคืนค่าธรรมเนียมการจองให้แก่ผู้เช่า
  5. บริษัทจะแจ้งให้ผู้เช่าทราบทันทีหากไม่สามารถให้เช่ารถเช่าที่จองไว้ได้เนื่องจากเหตุผลที่เป็นความรับผิดชอบของบริษัท ในกรณีเช่นนี้ หากไม่สามารถให้เช่ารถเช่าคันอื่นที่มีรุ่นหรือคลาสเดียวกันได้ (ต่อจากนี้เรียกว่า “รถที่ให้เช่าแทน”) หรือเมื่อผู้เช่าไม่ตกลงที่จะเช่ารถที่ให้เช่าแทน การจองจะถูกยกเลิกและบริษัทจะคืนค่าธรรมเนียมการจองให้แก่ผู้เช่า
  6. บริษัทจะแจ้งให้ผู้เช่าทราบทันทีตามวิธีที่ระบุไว้ล่วงหน้าหากไม่สามารถให้เช่ารถเช่าที่ผู้เช่าจองไว้เนื่องจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การโจรกรรม การทำงานผิดปกติหรือข้อบกพร่องของรถ การที่ผู้ผลิตเรียกรถคืน การที่ผู้เช่ารายอื่นส่งคืนรถล่าช้า การทำงานผิดปกติของปฏิบัติการโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การทำงานผิดปกติหรือข้อผิดพลาดในระบบที่ใช้งานปฏิบัติการของรถเช่าของบริษัท หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่เป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งไม่ใช่ความรับผิดชอบของบริษัท หรือหากเห็นว่าไม่เหมาะสมที่จะให้เช่ารถเช่าแก่ผู้เช่าโดยปราศจากอคติ ในกรณีเช่นนี้ หากไม่สามารถให้เช่ารถที่ให้เช่าแทนได้ หรือหากผู้เช่าไม่ตกลงที่จะเช่ารถที่ให้เช่าแทน ให้ถือว่าการจองถูกยกเลิก หากการจองถูกยกเลิก บริษัทจะคืนค่าธรรมเนียมการจองที่ได้รับให้แก่ผู้เช่าและบริษัทจะไม่รับผิดต่อความเสียหายใดๆ ที่เกิดกับผู้เช่าเนื่องจากการยกเลิกการจองดังกล่าว
  7. หากผู้เช่าตกลงเช่ารถที่ให้เช่าแทนในกรณีที่ระบุไว้ตามสองวรรคก่อนหน้านี้ บริษัทจะให้เช่ารถที่ให้เช่าแทนตามเงื่อนไขในการเช่าเดิมดังที่กำหนดไว้ ณ เวลาที่จอง ยกเว้นในส่วนที่เกี่ยวกับรุ่นหรือคลาสที่กำหนดไว้ อย่างไรก็ตาม หากค่าเช่ารถของรถที่ให้เช่าแทนต่ำกว่ารุ่นหรือคลาสที่จองไว้ ให้คิดค่าเช่ารถตามรุ่นหรือคลาสของรถที่ให้เช่าแทน

ข้อ 5 ข้อยกเว้น

ยกเว้นในกรณีที่ระบุไว้ในข้อก่อนหน้านี้ ทั้งบริษัทและผู้เช่าจะไม่มีความรับผิดใดๆ หากการจองถูกยกเลิกหรือไม่สามารถทำข้อตกลงการเช่าได้

ข้อ 6 ตัวแทนการจอง

  1. ผู้เช่าสามารถดำเนินการจองผ่านตัวแทนการท่องเที่ยวหรือบริษัทในเครือ (ต่อจากนี้เรียกว่า “ตัวแทน”) ซึ่งจะจัดการการจองในนามของบริษัท
  2. ผู้เช่าที่ดำเนินการจองผ่านตัวแทนตามวรรคก่อนหน้านี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการจองผ่านตัวแทนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดในข้อ 3 และข้อ 4

หมวดที่ 3 ‒ การเช่า

ข้อ 7 การทำข้อตกลงการเช่า

  1. ข้อ 2 (10) และ (11) ของคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับยานพาหนะให้เช่า (รถยนต์โดยสาร เลขที่ 138 วันที่ 13 มิถุนายน 1995) ซึ่งออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจกำหนดให้บริษัทต้องระบุชื่อผู้ขับขี่ ที่อยู่ ประเภทใบอนุญาตขับขี่ และเลขที่ใบอนุญาตขับขี่ไว้บนบัญชีบันทึกการเช่า (ต้นขั้วการชำระค่าเช่า) และใบรับรองการเช่าตามที่ระบุไว้ในวรรค 1 ของข้อ 9 หรือแนบสำเนาใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่ไว้ ดังนั้นเมื่อทำข้อตกลงการเช่า บริษัทจะขอให้ผู้เช่าแสดงและส่งสำเนาใบอนุญาตขับขี่ของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ที่ผู้เช่ากำหนด (ต่อจากนี้เรียกว่า "ผู้ขับขี่") โดยผู้เช่าและผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติตาม ทั้งนี้ บริษัทจะไม่คืนสำเนาใบอนุญาตขับขี่และเอกสารอื่นๆ ทั้งหมดที่ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ส่งให้ ณ เวลาที่ทำข้อตกลงการเช่า ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม
  2. เมื่อทำข้อตกลงการเช่า บริษัทอาจขอให้ผู้เช่าและผู้ขับขี่แสดงและส่งสำเนาเอกสารอื่นๆ นอกเหนือจากใบอนุญาตขับขี่ของผู้ขับขี่เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบตัวตนโดยผู้เช่าและผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติตาม
  3. เมื่อทำข้อตกลงการเช่า บริษัทจะขอทราบหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่และหมายเลขอื่นๆ เพื่อติดต่อผู้เช่าและผู้ขับขี่ระหว่างระยะเวลาเช่าโดยผู้เช่าและผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติตาม
  4. เมื่อทำข้อตกลงการเช่า บริษัทจะขอให้ผู้เช่าชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหรือเงินสด เว้นแต่บริษัทได้อนุมัติให้ชำระเงินด้วยวิธีอื่น ผู้เช่าจึงจะสามารถชำระค่าเช่ารถด้วยวิธีดังกล่าวได้
  5. ข้อตกลงการเช่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อมีการส่งมอบรถเช่าให้แก่ผู้เช่า โดยผู้เช่าได้ชำระค่าเช่ารถให้แก่บริษัทแล้วหลังระบุเงื่อนไขในการเช่าไว้อย่างชัดเจน บริษัทได้ระบุเงื่อนไขในการเช่าตามข้อตกลงฉบับนี้ รายการราคา ฯลฯ ไว้อย่างชัดเจน และบริษัทได้พิจารณาแล้วว่าการทำข้อตกลงการเช่ามีความเหมาะสมรวมถึงสอดคล้องกับการตรวจสอบและข้อกำหนดอื่นๆ ในวรรค 1 ถึง 4 ของข้อนี้
  6. เมื่อมีข้อตกลงการจองกับผู้เช่าแล้วการส่งมอบ เช่า จะเกิดขึ้น ณ สถานที่เช่าที่ระบุไว้ในวรรค 1 ของข้อ 2 เมื่อเริ่มต้นระยะเวลาการเช่าที่กำหนดในวรรคเดียวกัน ค่าธรรมเนียมการจองที่ได้รับจะจัดสรรให้เป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่าเมื่อข้อตกลงการ เช่า สิ้นสุดลง
  7. เมื่อข้อตกลงการจองกับผู้เช่ามีอยู่แล้วและ บริษัท ได้ตัดสินตามผลการตรวจสอบที่กำหนดในวรรค 1 ถึง 4 ของข้อนี้ว่าไม่เหมาะสมที่จะสรุปข้อตกลงการ เช่า เนื่องจากเหตุผลใด ๆ ที่ระบุไว้ในวรรค 1 ของข้อ 8 หรือเมื่อผู้เช่าไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการตรวจสอบและข้อกำหนดอื่น ๆ ในวรรค 1 ถึง 4 ของข้อนี้การยกเลิกการจองจะถือเป็นผลสืบเนื่องมาจากสถานการณ์ของผู้เช่า ในกรณีเช่นนี้ผู้เช่าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกการจองให้แก่ บริษัท ตามข้อ 4 ของข้อ 4 หากมีการชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกการจองเมื่อชำระค่าธรรมเนียมการจองแล้ว บริษัท จะคืนเงินค่าเช่าให้แก่ผู้เช่า

ข้อ 8 การปฏิเสธที่จะทำข้อตกลงการเช่า

  1. บริษัทอาจปฏิเสธที่จะทำข้อตกลงการเช่าหากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่เข้าข่ายใดๆ ต่อไปนี้
    1. หากไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ที่ต้องใช้ในการขับขี่รถเช่า
    2. เมื่อพิจารณาว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของแอลกอฮอล์
    3. เมื่อพิจารณาว่ามึนเมาจากสารต่างๆ เช่น ยาเสพติด สารกระตุ้น และทินเนอร์
    4. เมื่อเดินทางกับเด็กอายุต่ำกว่าหกปีโดยไม่มีคาร์ซีท
    5. หากเขาหรือเธอถูกตัดสินว่าเป็นสมาชิกหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับสมาคมอาชญากรรมหรือองค์กรที่เข้าร่วมสมาคมอาชญากรรม หรือเป็นสมาชิกองค์กรต่อต้านสังคมอื่นๆ (ต่อจากนี้เรียกว่า "อาชญากรรมที่จัดตั้งเป็นองค์กร ฯลฯ" หรือมีการค้นพบข้อเท็จจริงที่บ่งชี้ว่าเขาหรือเธอร่วมมือหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดูแลและการบริหารจัดการสมาคมอาชญากรรมหรือองค์กรที่เข้าร่วมสมาคมอาชญากรรม หรือติดต่อกับอาชญากรรมที่จัดตั้งเป็นองค์กร ฯลฯ
    6. หากผู้ขับขี่ที่ระบุ ณ เวลาจองไม่ใช่ผู้ขับขี่ ณ เวลาที่ทำข้อตกลงการเช่า
    7. หากมีหลักฐานจากธุรกรรมการเช่าในอดีตว่าได้ชำระหนี้ให้บริษัทโดยล่าช้า
    8. หากทำพฤติกรรมใดๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อ 22 ระหว่างธุรกรรมการเช่าในอดีต
    9. หากกระทำการใดๆ ดังที่ระบุไว้ในวรรค 6 ของข้อ 26 หรือวรรค 1 ของข้อ 35 ระหว่างธุรกรรมการเช่าในอดีต (รวมถึงธุรกรรมการเช่าในอดีตที่ทำกับบริษัทเช่ารถแห่งอื่น)
    10. หากมีหลักฐานจากธุรกรรมการเช่าในอดีตว่าไม่ใช้ประกันภัยรถยนต์ เนื่องจากฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขของ Times CAR RENTAL หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขของประกันภัย
    11. หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในการเช่าที่บริษัทกำหนดไว้โดยแยกต่างหาก หรือ
    12. การฝ่าฝืนข้อกำหนดและเงื่อนไขหรือข้อตกลงเกี่ยวกับบริการที่บริษัท PARK24 GROUP จัดหา รวมถึงการระงับชั่วคราวหรือการยกเลิกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะใช้บริการดังกล่าว ซึ่งจะนับเป็นเหตุผลสำหรับการระงับชั่วคราวหรือการยกเลิกสิทธิ์ของสมาชิกตามข้อกำหนดและเงื่อนไขหรือข้อตกลงดังกล่าว
    13. หากบริษัทพิจารณาว่าไม่เหมาะสมที่จะให้เช่ารถ
  2. ในกรณีใด ๆ ที่ระบุไว้ในวรรคก่อนเมื่อข้อตกลงการจองกับผู้เช่าอยู่ในสถานที่แล้วการยกเลิกการจองจะถูกพิจารณาว่าเป็นไปตามสถานการณ์ของผู้เช่าและผู้เช่าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกการจองตาม บริษัท ตามวรรค 4 ของข้อ 4 หากมีการชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกการจองเมื่อชำระค่าธรรมเนียมการจองแล้ว บริษัท จะคืนเงินค่าจองให้แก่ผู้เช่า

ข้อ 9 การออกและการพกใบรับรองการเช่า ฯลฯ

  1. เมื่อส่งมอบรถเช่าให้แก่ผู้เช่า บริษัทจะออกใบรับรองการเช่าให้แก่ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ ซึ่งจะมีข้อมูลที่กำหนดโดยผู้อำนวยการของสาขาสำนักงานขนส่งอำเภอที่เกี่ยวข้อง (ผู้อำนวยการแผนกการขนส่งทางบกของเฮียวโงะประจำสำนักงานขนส่งเขตโกเบในกรณีของจังหวัดเฮียวโงะ หรือผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งทางบกประจำสำนักงานกลางโอกินาว่าในกรณีของจังหวัดโอกินาว่า ทั้งนี้ให้ใช้หลักเดียวกันในวรรค 2 ของข้อ 10)
  2. เมื่อใช้รถเช่า ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ต้องพกใบรับรองการเช่าติดตัวตามวรรคก่อนหน้านี้
  3. ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ต้องแจ้งให้บริษัททราบทันทีหากใบรับรองการเช่าสูญหาย
  4. ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่จะต้องคืนทั้งใบรับรองการเช่าและรถเช่าให้บริษัทพร้อมกัน

ข้อ 10 ค่าบริการ

  1. ค่าเช่ารถจะหมายถึงยอดรวมของค่าธรรมเนียมต่อไปนี้ บริษัทจะระบุจำนวน หลักการคำนวณ และรายละเอียดอื่นๆ ของค่าธรรมเนียมแต่ละตัวไว้อย่างชัดเจนในรายการราคา
    1. ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน:
    2. ค่าเบี้ยประกันภัย/ค่าชดเชย (ค่าธรรมเนียมสำหรับแพคเกจความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายสำหรับช่วงที่รถใช้งานไม่ได้ ค่าธรรมเนียมสำหรับแพคเกจความปลอดภัยพิเศษ ฯลฯ)
    3. ค่าธรรมเนียมเสริม (อุปกรณ์เสริม/ตัวเลือก)
    4. ค่าธรรมเนียมการคืนต่างสาขา (ส่งคืนรถ)
    5. ค่าธรรมเนียมการเติมน้ำมัน/ชาร์จแบตเตอร์รี่
    6. ค่าธรรมเนียมระยะทางที่เดินทาง (ขึ้นอยู่กับระยะทางที่ขับขี่ระหว่างระยะเวลาเช่า)
    7. ค่าธรรมเนียมการส่งและรับรถ
    8. ค่าธรรมเนียมอื่นๆ
  2. ค่าธรรมเนียมเบื้องต้นจะเป็นค่าธรรมเนียมที่ บริษัทจำเป็นต้องแจ้งต่อผู้อำนวยการของสาขาสำนักงานขนส่งอำเภอที่เกี่ยวข้อง ณ เวลาที่ทำข้อตกลงการเช่า
  3. หากบริษัทปรับค่าเช่ารถหลังดำเนินการจองตามข้อ 2 ระหว่าง ณ เวลาที่จองกับค่าเช่ารถ ณ เวลาที่ทำข้อตกลงการเช่านั้น ให้ให้ค่าเช่ารถจำนวนที่ถูกกว่า

ข้อ 11 ค่าเช่ารถในกรณีเปลี่ยนระยะเวลาเช่า

เมื่อเปลี่ยนระยะเวลาเช่าตามข้อ 18 ผู้เช่าจะชำระค่าเช่ารถตามระยะเวลาเช่าใหม่ อย่างไรก็ตาม หากมีการบอกเลิกข้อตกลงการเช่าระหว่างระยะเวลาเช่าเนื่องจากสถานการณ์ทางฝั่งของผู้เช่า ผู้เช่าจะชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญาที่ระบุในวรรค 2 ของข้อ 17 โดยจะบวกเพิ่มจากค่าเช่ารถตามระยะเวลาจนถึงเวลาที่ยกเลิก

ข้อ 12 การหักกลบลบหนี้

หากบริษัทมีหนี้ทางการเงินต่อผู้เช่าตามข้อตกลงฉบับนี้ บริษัทอาจหักกลบลบหนี้ทางการเงินดังกล่าวกับค่าเช่ารถและหนี้ทางการเงินอื่นๆ ที่ผู้เช่ามีต่อบริษัทได้ทุกเมื่อ โดยไม่คำนึงถึงวันครบกำหนดของหนี้ทางการเงินของผู้เช่า

ข้อ 13 การยกเลิกข้อตกลงการเช่า

หากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ฝ่าฝืนข้อกำหนดในการใช้งานเหล่านี้ขณะที่ใช้รถเช่าหรือเกิดเหตุการณ์ใดๆ ดังที่ได้อธิบายไว้ในข้อ 8 วรรค 1 บริษัทสามารถยกเลิกข้อตกลงการเช่าและเรียกร้องให้ส่งคืนรถเช่าทันที รวมถึงสามารถดำเนินการด้านการเงินตามที่อธิบายทางด้านล่างโดยไม่บอกกล่าวหรือแจ้งเตือน

  1. หากบริษัทได้รับค่าเช่ารถแล้ว บริษัทจะคืนยอดคงเหลือที่เหลืออยู่ให้แก่ผู้เช่าหลังหักค่าเช่ารถตามระยะเวลาตั้งแต่ที่ได้ส่งมอบรถเช่าให้แก่ผู้เช่าตามจริงจนถึงเวลาที่ยกเลิกข้อตกลงการเช่า
  2. หากผู้เช่าทำให้บริษัทเสียหายตามที่อธิบายไว้ในข้อ 24 วรรค 1 และ 2 บริษัทจะเรียกร้องให้ผู้เช่าชำระค่าชดเชยสำหรับความเสียหายดังกล่าว
  3. ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามคำอธิบายในวรรคก่อนหน้านี้ บริษัทจะเรียกร้องให้ผู้เช่าชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญาดังที่อธิบายไว้ในข้อ 17 วรรค 2 ตามข้อกำหนดของข้อ 17
  4. บริษัทอาจหักกลบลบหนี้ตามอนุวรรค (1) และ (2) หรืออนุวรรค (3) ตามข้อกำหนดของข้อก่อนหน้านี้

ข้อ 14 การยกเลิกเนื่องจากรถเช่ามีข้อบกพร่อง

ผู้เช่าสามารถยกเลิกข้อตกลงการเช่าได้หากรถเช่าไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นก่อนที่ผู้เช่าจะเช่ารถ

ข้อ 15 การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดเนื่องจากเหตุการณ์อื่นๆ ที่เป็นเหตุสุดวิสัย

  1. ข้อตกลงการเช่าจะสิ้นสุดลงเมื่อระหว่างระยะเวลาเช่า รถเช่าไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปเนื่องจากภัยธรรมชาติหรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่เป็นเหตุสุดวิสัย อุบัติเหตุที่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของผู้เช่า การโจรกรรม การทำงานผิดปกติหรือเหตุผลอื่นๆ ที่ไม่สามารถถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เช่า ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะยกเว้นค่าเช่ารถตั้งแต่เวลาที่รถเช่าไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปตามรายการราคาที่บริษัทได้กำหนดไว้โดยแยกต่างหาก
  2. เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ ผู้เช่าจะต้องแจ้งให้บริษัททราบในทันที

ข้อ 16 การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดเนื่องจากเหตุผลที่เป็นความรับผิดชอบของผู้เช่า

  1. ในกรณีที่ระหว่างระยะเวลาเช่า รถเช่าไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปเนื่องจากอุบัติเหตุ การทำงานผิดปกติหรือเหตุผลอื่นๆ ที่เป็นความรับผิดชอบของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ต้องแจ้งให้บริษัททราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นในทันที ข้อตกลงการเช่าจะสิ้นสุดลงเมื่อมีการแจ้งให้บริษัททราบ
  2. ในกรณีที่ระหว่างระยะเวลาเช่า ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ได้จอดรถไว้ในอสังหาริมทรัพย์ของเอกชนหรือสถานที่อื่นๆ ที่ห้ามจอดโดยไม่ได้รับอนุญาตและเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ ตำรวจ หรือฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องต้องการให้เคลื่อนย้ายรถเช่าออกไป บริษัทอาจเคลื่อนย้ายหรือยกรถเช่าออกไป หากเห็นว่าเป็นการยากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ที่จะเคลื่อนย้ายรถเช่าได้ในทันที
  3. ในกรณีที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ ข้อตกลงการเช่าจะสิ้นสุดลงเมื่อบริษัทเคลื่อนย้ายหรือนำรถเช่ากลับคืน ทั้งนี้ บริษัทจะสามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากผู้เช่า เช่น ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อค้นหาและเคลื่อนย้ายหรือกู้คืนรถเช่า
  4. ในกรณีที่ข้อตกลงการเช่าสิ้นสุดลงตามวรรค 1 หรือวรรค 2 ของข้อนี้ บริษัทจะดำเนินการด้านเงินตามที่อธิบายไว้ทางด้านล่าง เพิ่มเติมจากการเรียกร้องให้ชำระค่าใช้จ่ายที่อธิบายไว้ในวรรคก่อนหน้านี้
    1. หากบริษัทได้รับค่าเช่ารถแล้ว บริษัทจะคืนยอดคงเหลือที่เหลืออยู่ให้แก่ผู้เช่าหลังหักค่าเช่ารถตามระยะเวลาตั้งแต่ที่ได้ส่งมอบรถเช่าให้แก่ผู้เช่าตามจริงจนถึงเวลาที่ยกเลิกข้อตกลงการเช่า
    2. หากผู้เช่าทำให้บริษัทเสียหายตามที่อธิบายไว้ในข้อ 24 วรรค 1 และ 2 บริษัทจะเรียกร้องให้ผู้เช่าชำระค่าชดเชยสำหรับความเสียหายดังกล่าว
    3. ในกรณีที่ไม่เป็นไปตามคำอธิบายในวรรคก่อนหน้านี้ บริษัทจะเรียกร้องให้ผู้เช่าชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญาดังที่อธิบายไว้ในข้อ 17 วรรค 2 ตามข้อกำหนดของข้อ 17
    4. บริษัทอาจหักกลบลบหนี้ตามอนุวรรค (1) และ (2) หรืออนุวรรค (3) ตามข้อกำหนดของข้อ 12

ข้อ 17 การบอกเลิกสัญญาเช่าก่อนกำหนดเนื่องจากสถานการณ์ของผู้เช่า

  1. ระหว่างระยะเวลาใช้รถเช่า ผู้เช่าอาจบอกเลิกข้อตกลงการเช่าหลังได้รับความยินยอมจากบริษัทและชำระค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญาดังที่กำหนดไว้ในวรรคถัดไป ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะหักค่าเช่ารถสำหรับระยะเวลาตั้งแต่เวลาเช่าจนถึงเวลาส่งคืนรถเช่าจากค่าเช่ารถที่ได้รับและคืนส่วนต่างให้แก่ผู้เช่า
  2. เมื่อสัญญา เช่า สิ้นสุดลงตามวรรคก่อนผู้เช่าจะต้องจ่ายค่ายกเลิกให้ บริษัท ดังต่อไปนี้
    [ค่าธรรมเนียมการยกเลิกสัญญา]
    (ค่า เช่า สอดคล้องกับระยะเวลาสัญญา เช่า- ค่า เช่า สอดคล้องกับระยะเวลาจากการเช่าจนถึงการสิ้นสุด) x 50%
    อย่างไรก็ตามการจัดสรรดังกล่าวจะถูก จำกัด ตามจำนวนเงินที่ระบุแยกต่างหากโดย บริษัท

ข้อ 18 การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการเช่า

ผู้เช่าต้องได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากบริษัทหากหลังข้อตกลงการเช่ามีผล ผู้เช่าต้องการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขในการเช่าที่กำหนด ณ เวลาที่ทำข้อตกลงการเช่า บริษัทจะไม่อนุมัติการเปลี่ยนแปลงหากไม่สามารถให้เช่ารถได้ตามเงื่อนไขในการเช่าที่ต้องการ

หมวดที่ 4 - ความรับผิดชอบ

ข้อ 19 การตรวจสอบและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอ

  1. บริษัทจะให้เช่ารถเช่าที่ผ่านการตรวจสอบและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอดังที่ระบุไว้ในข้อ 48 ของพระราชบัญญัติยานพาหนะเพื่อการขนส่งทางบก (Road Transport Vehicle Act)
  2. บริษัทจะใช้มาตรการที่เหมาะสม เช่น การเปลี่ยนอะไหล่เมื่อพบว่ารถเช่าได้รับการบำรุงรักษาที่ไม่ดีระหว่างการตรวจสอบดังที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้หรือระหว่างการตรวจสอบรถก่อนการเช่า
  3. ขณะดำเนินการตรวจสอบดังที่ระบุไว้ในวรรค 1 หรือการตรวจสอบรถก่อนการเช่า บริษัทได้เห็นว่าการใช้รถเช่าดังกล่าวเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ข้อตกลงการจองที่ผู้เช่าเข้าทำตามวรรค 5 ในข้อ 4 จะถูกยกเลิก ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับผิดในความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆ ที่เกิดกับผู้เช่าหลังจากการยกเลิกข้อตกลงการจองดังกล่าว

ข้อ 20 การตรวจสอบและซ่อมบำรุงประจำวัน

  1. ระหว่างระยะเวลาเช่า ผู้เช่าจะดำเนินการตรวจสอบและซ่อมบำรุงประจำวันตามที่กำหนดไว้ในมาตราที่ 47.2 แห่งพระราชบัญญัติยานพาหนะเพื่อการขนส่งทางบก (Road Transport Vehicle Act) ในส่วนที่เกี่ยวกับรถเช่าก่อนการใช้ในแต่ละวันด้วยสายตาและวิธีอื่นๆ เช่น การตรวจสอบหลอดไฟในระบบการส่องไฟ การตรวจสอบการทำงานของระบบเบรก และการตรวจสอบส่วนประกอบอื่นๆ ที่ควรได้รับการตรวจสอบประจำวัน เป็นต้น
  2. ผู้เช่าต้องแจ้งให้บริษัททราบทันทีและปฏิบัติตามคำแนะนำที่ให้ไว้ในกรณีที่พบความผิดปกติของรถเช่าขณะดำเนินการตรวจสอบและซ่อมบำรุงประจำวัน

ข้อ 21 ความรับผิดชอบในการซ่อมบำรุง

  1. ผู้เช่ามีหน้าที่ใช้งานและดูแลรถเช่าอย่างระมัดระวัง
  2. ความรับผิดชอบในการซ่อมบำรุงที่กล่าวถึงในวรรคก่อนหน้านี้จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อข้อตกลงการเช่ามีผลและจะหยุดลงเมื่อสิ้นสุดข้อตกลงฉบับเดียวกัน
  3. หากผู้เช่าไม่สามารถใช้ความระมัดระวังดังที่กำหนดไว้ในวรรค 1 และรถเช่าเกิดรอยขีดข่วน รอยขีดเขียน ถูกทำลายหรือถูกทำให้เสียหาย เขา/เธอต้องแจ้งให้บริษัททราบในทันที

ข้อ 22 การกระทำ่ต้องห้าม

ผู้เช่าและผู้ขับขี่ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำต่อไปนี้ระหว่างระยะเวลาเช่า

  1. การใช้รถเช่าเพื่อวัตถุประสงค์ธุรกิจการขนส่งทางรถยนต์หรือวัตถุประสงค์อื่นที่คล้ายคลึงโดยไม่ได้รับการยินยอมจากบริษัทและการอนุญาตที่ได้รับจากเป็นตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก
  2. การอนุญาตให้ใช้หรือเช่าต่อแก่บุคคลอื่นที่นอกเหนือจากผู้ขับขี่ตามที่ระบุไว้ในใบรับรองการเช่าซึ่งกำหนดไว้ในวรรค 1 ของข้อ 7 และบุคคลที่บริษัทอนุมัติ การดำเนินการที่ละเมิดสิทธิ์ของบริษัท เช่น การวางรถเช่าไว้เป็นหลักทรัพย์ประกันแก่บุคคลที่สาม รวมถึงการดำเนินการอื่นใดทั้งหมดที่ขัดขวางการดำเนินการของบริษัท
  3. การปลอมแปลงหรือการทำร่องรอยทับแผ่นป้ายหมายเลขจดทะเบียนหรือแผ่นป้ายทะเบียนรถของรถเช่า หรือเปลี่ยนสภาพเดิมของรถเช่า เช่นการดัดแปลงหรือปรับรูปแบบรถเช่า
  4. การใช้รถเช่าในการทดสอบหรือการแข่งขันประเภทใดก็ตามหรือใช้เพื่อพ่วงหรือลากจูงรถอื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท
  5. การใช้รถเช่าโดยฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชนและศีลธรรม
  6. การซื้อเบี้ยประกันภัยคุ้มครองการสูญหายของรถเช่าโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบริษัท
  7. การนำรถเช่าออกจากญี่ปุ่น
  8. การจอดรถเช่าโดยผิดกฎหมาย และ
  9. การมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการที่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่กับบริษัทหรือผู้เช่ารายอื่น เช่น การสูบบุหรี่ภายในรถเช่า การทิ้งสิ่งของไว้ในรถเช่า และการทำร่องรอยบนรถเช่า

ข้อ 23 การปฏิเสธผู้ขับขี่ที่จัดหาให้

ผู้เช่าอาจไม่ยอมรับบริการของผู้ขับขี่ที่บริษัทจัดหาให้ร่วมกับการเช่ารถ (รวมถึงการแนะนำและการไกล่เกลี่ย) เว้นแต่กฎหมายได้อนุญาตไว้

ข้อ 24 ความรับผิดสำหรับค่าชดเชย

  1. เมื่อบริษัทไม่สามารถใช้รถเช่าได้เนื่องจากอุบัติเหตุ การชำรุดเสียหาย หรือเหตุผลอื่นๆ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ระหว่างระยะเวลาเช่า ผู้เช่าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมที่กำหนดไว้โดยแยกต่างหากให้แก่บริษัทเพื่อเป็นค่าชดเชยสำหรับการหยุดชะงักทางธุรกิจในระยะเวลาที่รถเช่าไม่สามารถใช้ได้หรือในระยะเวลาซ่อมแซม
  2. นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ ผู้เช่าจะต้องรับผิดชอบค่าชดเชยสำหรับความเสียหาย หากผู้เช่ากระทำการฝ่าฝืนข้อ กฎ และข้อกำหนดพิเศษในข้อตกลงฉบับนี้ ข้อบังคับโดยละเอียดที่กำหนดไว้ในข้อที่ 42 รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่นๆ ผู้เช่าต้องรับผิดในค่าชดเชยสำหรับความเสียหายต่อบุคคลที่สามหรือบริษัทได้รับความเสียหายหลังการใช้รถเช่าเนื่องจากเหตุผลความรับผิดชอบของผู้เช่า
  3. หากความเสียหายเกิดขึ้นกับผู้เช่าเนื่องจากเหตุผลที่เป็นความรับผิดชอบของบริษัทขณะดำเนินการตามข้อตกลงการเช่า บริษัทจะรับผิดชอบค่าชดเชยอันเกิดจากการผิดสัญญาหรือการละเมิดในจำนวนสูงสุดเท่ากับค่าเช่ารถในข้อตกลงการเช่าดังกล่าวโดยจำกัดเพียงความเสียหายที่เกิดขึ้นตามจริงในสภาวะปกติ เว้นแต่จะเกิดจากการเจตนาหรือการประพฤติผิดอย่างร้ายแรงในส่วนของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับผิดในค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่เกิดจากสถานการณ์พิเศษหรือการสูญเสียผลกำไร

ข้อ 25 ค่าชดเชย

  1. บริษัทจะชำระค่าชดเชยสำหรับความเสียหายภายในวงเงินที่กำหนดที่เกิดขึ้นโดยผู้เช่าดังที่ระบุไว้ในวรรค 2 ของข้อก่อนหน้านี้ตามข้อตกลงด้านการประกันภัยที่ทำไว้ซึ่งเกี่ยวข้องกับรถเช่าและระบบค่าชดเชยที่บริษัทกำหนดไว้ให้แก่ผู้เช่าตามข้อจำกัดต่อไปนี้
    1. (1) ค่าชดเชยสำหรับการบาดเจ็บทางร่างกาย: ไม่จำกัด - ต่อบุคคล (รวมถึงการประกันภัยความรับผิดทางรถยนต์ภาคบังคับ)
    2. (2) ค่าชดเชยสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สิน: ไม่จำกัด - ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้ง: 50,000 เยน
    3. ค่าชดเชยสำหรับความเสียหายต่อรถ: มูลค่าตลาด - ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) ต่ออุบัติเหตุหนึ่งครั้งสำหรับไมโครบัส รถบรรทุกสินค้าทั่วไปหรือรถที่ใช้เพื่อวัตถุประสงค์พิเศษ ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) 100,000 เยนสำหรับรถประเภทอื่นๆ: 50,000 เยน
    4. ค่าชดเชยสำหรับการบาดเจ็บส่วนบุคคล สูงสุดถึง 30 ล้านเยนต่อบุคคล ค่าใช้จ่ายสำหรับการบาดเจ็บทางร่างกาย (รวมถึงความด้อยสมรรถภาพทางร่างกาย) หรือการเสียชีวิตของผู้โดยสารที่เกิดจากอุบัติเหตุจะได้รับการชดเชยโดยไม่คำนึงถึงระดับความรับผิดชอบที่ผู้ขับขี่ที่มีต่ออุบัติเหตุ ทั้งนี้ มูลค่าความเสียหายจะคำนวณตามกรมธรรม์ประกันภัย
  2. จะไม่มีการชำระผลประโยชน์หรือค่าชดเชยจากการประกันภัยตามที่กำหนดไว้ในวรรค 1 หากเข้าเกณฑ์ข้อยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยหรือระบบค่าชดเชย
  3. จะไม่มีการชำระเงินตามการประกันภัยหรือค่าชดเชยที่ระบุไว้ในวรรค 1 หากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ฝ่าฝืนข้อบังคับที่ระบุไว้โดยละเอียดในข้อ 42 ของข้อตกลงฉบับนี้หรือข้อกำหนดและเงื่อนไขหรือกฎอื่นๆ ที่ใช้บังคับกับข้อตกลงการเช่า
  4. ผู้เช่าและผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่ผลประโยชน์หรือค่าชดเชยจากการประกันภัยไม่ได้ชดเชยให้ รวมถึงความเสียหายที่เกินกว่าจำนวนผลประโยชน์หรือค่าชดเชยจากการประกันภัยซึ่งได้ชำระตามข้อกำหนดในวรรค 1 อย่างไรก็ตาม ผู้เช่าและผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกินกว่าขอบเขตที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดพิเศษในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงขอบเขตซึ่งระบุไว้ในวรรค 1 ตามข้อกำหนดพิเศษ ณ เวลาที่ทำข้อตกลงการเช่า
  5. ผู้เช่าและผู้ขับขี่ต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายเท่ากับจำนวนค่าเสียหายส่วนแรกของผลประโยชน์หรือค่าชดเชยจากการประกันภัยดังที่ระบุไว้ในรายการที่ 2 หรือ 3 ของวรรค 1 เว้นแต่จะมีข้อกำหนดพิเศษเป็นประการอื่น

ข้อ 26 มาตรการในกรณีที่จอดรถในที่ห้ามจอด ฯลฯ

  1. หากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ได้จอดรถในที่ห้ามจอดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก (Road Traffic Act) ในส่วนที่เกี่ยวกับรถเช่าระหว่างระยะเวลาเช่า ผู้เช่าจะต้องไปที่สถานีตำรวจในเขตอำนาจศาลเหนือพื้นที่ที่ได้จอดรถในที่ห้ามจอด (ต่อจากนี้เรียกว่า “สถานีตำรวจที่มีเขตอำนาจศาล”) ชำระค่าปรับสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอดทันที และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวกับการจอดรถในที่ห้ามจอด เช่น การเคลื่อนย้ายรถ การจัดเก็บ และการรับรถเช่าจากที่ตำรวจเอารถไปไว้
  2. ในกรณีตามวรรคก่อนหน้านี้ หากตำรวจได้แจ้งให้บริษัททราบถึงการจอดรถในที่ห้ามจอด บริษัทจะติดต่อผู้เช่าหรือผู้ขับขี่และนำรถเช่าไปยังตำแหน่งที่ระบุทันที และให้คำแนะนำในการดำเนินการตามขั้นตอนของฝ่ายปกครอง เช่น การไปสถานีตำรวจที่มีเขตอำนาจศาลก่อนเวลาคืนรถเช่าหรือเวลาที่บริษัทระบุ และชำระค่าปรับสำหรับการฝ่าฝืน นอกจากนี้ ในขณะเดียวกัน บริษัทจะขอให้ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ลงนามในเอกสาร (ต่อจากนี้เรียกว่า "หนังสือตอบรับ") ที่บริษัทกำหนดไว้ โดยให้ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ยืนยันถึงการไปที่สถานีตำรวจ ข้อเท็จจริงของการจอดรถในที่ห้ามจอดและการปฏิบัติตามมาตรการทางกฎหมายในฐานะผู้กระทำความผิดซึ่งผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ต้องปฏิบัติตาม หากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ไม่ชำระค่าปรับสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอดหรือค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังที่ระบุไว้ในวรรค 1 ของข้อนี้ได้ บริษัทอาจไม่ยอมรับการคืนรถเช่าแม้อยู่ในระยะเวลาเช่า จนกว่าผู้เช่าจะดำเนินการชำระค่าปรับ
  3. ในกรณีที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ หากมีการส่งคืนรถเช่าหลังระยะเวลาเช่า ผู้เช่าต้องชำระค่าธรรมเนียมการใช้ที่แยกต่างหากสำหรับระยะเวลาที่เกินกำหนด
  4. หากบริษัทเห็นว่าจำเป็น บริษัทอาจส่งหนังสือตอบรับและเงื่อนไขในการเช่า ข้อมูลของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ที่ลงทะเบียนกับบริษัทไว้ และเอกสารต่างๆ ข้อมูลที่มีรายละเอียด เช่น หมายเลขแผ่นป้ายทะเบียนรถของรถเช่าที่ให้ผู้เช่าเช่า ให้แก่ตำรวจและคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งผู้เช่าและผู้ขับขี่ต้องยินยอมล่วงหน้า
  5. หาก บริษัท ได้รับหนังสือแจ้งการละเมิดที่จอดรถจากตำรวจหรือคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะเทศบาล บริษัท อาจเรียกร้องการชำระเงินมัดจำเท่ากับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิด ที่จอดรถ ที่กำหนดไว้ในวรรคต่อไปนี้จากผู้เช่า เมื่อผู้เช่าชำระเงินมัดจำและชำระค่าปรับสำหรับการละเมิดที่จอดรถก่อนที่ บริษัท จะจ่ายค่าปรับการละทิ้งที่กำหนดไว้ในวรรคต่อไป บริษัท จะชำระเงินคืนผู้เช่าสำหรับค่ามัดจำน้อยกว่าต้นทุนต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดที่จอดรถ
  6. หาก บริษัท ได้รับคำสั่งให้จ่ายค่าปรับการละทิ้งที่กำหนดไว้ในวรรค 4 ของข้อ 51-4 ของพระราชบัญญัติการจราจรบนถนนและ บริษัท ส่งเงินดังกล่าวหรือหาก บริษัท มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการค้นหาผู้เช่าหรือผู้ขับขี่หรือลบออก จัดเก็บหรือรับ เช่า หรือหาก บริษัท ถูกห้ามไม่ให้ใช้รถยนต์ (ห้ามขับรถ) โดยคณะกรรมการความปลอดภัยสาธารณะเทศบาล บริษัท อาจเรียกร้องจำนวนเงินที่ระบุด้านล่างจากผู้เช่า (ต่อไปนี้เรียกว่า "ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การละเมิดที่ ที่จอดรถ”) ในกรณีเช่นนี้ผู้เช่าจะจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดที่ ที่จอดรถ ตามกำหนดเวลาที่ บริษัท กำหนด
    1. จำนวนที่เทียบเท่ากับค่าปรับจากการจอดรถโดยละเลย
    2. ค่าปรับเนื่องจากการจอดรถในที่ห้ามจอดซึ่งบริษัทได้กำหนดไว้โดยแยกต่างหาก และ
    3. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อค้นหา เคลื่อนย้าย จัดเก็บหรือไปรับรถ
    4. ค่าชดเชย สำหรับการสูญเสียการดำเนินธุรกิจเนื่องจากข้อ จำกัด ในการใช้รถยนต์ (ห้ามขับรถ) ที่ระบุแยกต่างหากโดยเรา
  7. เมื่อบริษัทได้รับคำสั่งให้ชำระค่าปรับจากการจอดรถโดยละเลยดังที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ หรือเมื่อผู้เช่าไม่ได้ชำระยอดที่กำหนดไว้ในวรรคเดียวกันโดยครบถ้วนภายในกำหนดเวลาที่บริษัทระบุไว้ บริษัทจะใช้มาตรการต่างๆ เช่น การบันทึกชื่อ ที่อยู่ เลขที่ใบอนุญาตขับขี่ และข้อมูลอื่นๆ ของผู้เช่าในระบบจัดการข้อมูลของสมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Rent-a-Car Association) (ต่อจากนี้เรียกว่า “ระบบสมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Rent-a-Car Association)”)
  8. หากผู้เช่าต้องชำระค่าปรับและค่าธรรมเนียมอื่นๆ สำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอดตามข้อกำหนดในวรรค 1 และผู้เช่าไม่ได้ปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทในการดำเนินการตามขั้นตอนสำหรับการฝ่าฝืนตามวรรค 2 หรือคำขอของบริษัทให้ลงนามในหนังสือตอบรับดังที่ระบุไว้ในวรรค 2 บริษัทอาจเรียกร้องค่าธรรมเนียมสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอดตามจำนวนที่กำหนดไว้โดยแยกต่างหาก (ต่อจากนี้เรียกว่า “ค่าธรรมเนียมสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอด”) และจัดสรรจำนวนดังกล่าวให้เป็นค่าปรับจากการจอดรถโดยละเลยตามที่กำหนดไว้ในวรรค 5 และค่าปรับเนื่องจากการจอดรถในที่ห้ามจอด
  9. เมื่อบริษัทได้รับค่าธรรมเนียมสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอดและค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนดังที่ระบุไว้ในรายการที่ 3 ของวรรค 5 จากผู้เช่า บริษัทจะลบข้อมูลทั้งหมดที่บันทึกไว้ในระบบสมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Rent-a-Car Association) ดังที่ระบุไว้ในวรรค 6 โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดในวรรค 6
  10. หากผู้เช่าได้ชำระยอดที่บริษัทเรียกร้องตามวรรค 5 ให้แก่บริษัทและเมื่อคำสั่งให้ชำระค่าธรรมเนียมเพื่อลงโทษเนื่องจากการจอดรถโดยละเลยถูกยกเลิกเนื่องจากผู้เช่าได้ชำระค่าปรับสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอด หรือมีการยื่นเรื่องให้ดำเนินการทางปกครองแก่ผู้เช่าและบริษัทได้รับการคืนเงินค่าปรับสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอด บริษัทจะคืนเงินให้ผู้เช่าเฉพาะจำนวนที่เทียบเท่ากับค่าปรับสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอดจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการจอดรถในที่ห้ามจอดซึ่งได้ชำระให้แก่บริษัทเรียบร้อยแล้ว ข้อกำหนดเดียวกันนี้จะใช้บังคับหากบริษัทได้รับค่าธรรมเนียมสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอดจากผู้เช่าตามวรรค 7
  11. หากมีการบันทึกข้อมูลในระบบสมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Rent-a-Car Association) ตามข้อกำหนดในวรรค 6 บริษัทจะลบข้อมูลที่บันทึกในระบบเมื่อมีการยกเลิกคำสั่งให้ชำระค่าปรับเนื่องจากการจอดรถโดยละเลยเพราะได้มีการชำระค่าปรับแล้ว ฯลฯ หรือเมื่อมีการชำระยอดที่บริษัทเรียกร้องตามข้อกำหนดในวรรค 5 โดยครบถ้วน
  12. หากบริษัทต้องเสียหายจากปัญหาหรืออุบัติเหตุเนื่องจากกาจอดรถเช่าผิดกฎหมาย (รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและค่าบริการรถพ่วงในกรณีที่รถเช่าที่จอดรถผิดกฎหมายได้รับความเสียหาย) ผู้เช่าจะต้องรับผิดในค่าชดเชยดังกล่าว และบริษัทจะไม่รับผิดในความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้เช่าหรือผู้ขับขี่อันเนื่องมาจากปัญหาหรืออุบัติเหตุดังกล่าว

หมวดที่ 5 ‒ มาตรการสำหรับอุบัติเหตุและการโจรกรรม

ข้อ 27 การจัดการอุบัติเหตุ

  1. เมื่อเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถเช่าระหว่างระยะเวลาเช่า ผู้เช่าจะใช้มาตรการที่ระบุไว้ในกฎหมายและข้อบังคับ รวมถึงจะจัดการสถานการณ์ตามข้อกำหนดทางด้านล่างโดยไม่คำนึงถึงความรุนแรงของอุบัติเหตุ
    1. แจ้งให้บริษัททราบถึงรายละเอียดของอุบัติเหตุในทันที
    2. ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่จำเป็นเกี่ยวกับอุบัติเหตุแก่บริษัทและบริษัทประกันภัยที่บริษัทใช้บริการอย่างรวดเร็ว
    3. ได้รับการอนุมัติจากบริษัทล่วงหน้า เมื่อมีการตกลงหรือการเจรจาข้อตกลงในเรื่องที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุกับบุคคลที่สาม และ
    4. อย่าดำเนินการซ่อมแซม เพราะบริษัทจะเป็นผู้ซ่อมแซมรถเช่า
  2. นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ ผู้เช่าจะพยายามแก้ปัญหาอุบัติเหตุด้วยความรับผิดชอบของตนเอง
  3. บริษัทจะให้คำแนะนำในการจัดการอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถเช่าแก่ผู้เช่าและจะให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหาสถานการณ์
  4. หากรถเช่ามีชุดอุปกรณ์ปะยางหรือยางอะไหล่ ผู้เช่าและผู้ขับขี่อาจซ่อมแซมยางแบนได้ด้วยตัวเองเช่นกัน โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดในรายการที่ (4) ของวรรค 1 อย่างไรก็ตาม บริษัทจะไม่รับผิดในความเสียหายใดๆ ที่ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ได้รับจากการซ่อมแซมโดยใช้ชุดอุปกรณ์ปะยางหรือยางอะไหล่ด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่ความรับผิดชอบของบริษัท

ข้อ 28 การโจรกรรม

เมื่อรถเช่าถูกโจรกรรมระหว่างระยะเวลาเช่า ผู้เช่าต้องดำเนินการโดยมาตรการที่เหมาะสมดังที่กำหนดไว้ด้านล่าง

  1. แจ้งเรื่องการโจรกรรมที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดในทันที
  2. แจ้งให้บริษัททราบถึงสถานการณ์ความเสียหายในทันที และ
  3. ส่งเอกสารและข้อมูลอื่นๆที่จำเป็นเกี่ยวกับการโจรกรรมุแก่บริษัทและบริษัทประกันภัยที่บริษัทใช้บริการอย่างรวดเร็ว

ข้อ 29 มาตรการเมื่อรถมีความผิดปกติ

  1. หากพบความผิดปกติหรือข้อบกพร่องในรถเช่าระหว่างระยะเวลาเช่า ผู้เช่าจะหยุดใช้รถเช่า แจ้งให้บริษัททราบ และปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทในทันที
  2. หากความผิดปกติหรือข้อบกพร่องในรถเช่าเกิดขึ้นเนื่องจากเหตุผลที่เป็นความรับผิดชอบของผู้เช่า ผู้เช่าจะรับผิดในค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อไปรับและซ่อมแซมรถเช่า ในกรณีเช่นนี้ ข้อตกลงการเช่าจะสิ้นสุดลงทันทีที่แจ้งให้บริษัททราบ และผู้เช่าจะชำระค่าธรรมเนียมเทียบเท่ากับระยะเวลาตั้งแต่เริ่มระยะเวลาเช่าซึ่งได้รับการระบุ ณ เวลาที่จองรถเช่าจนถึงเวลาที่แจ้งให้บริษัททราบ
  3. หากรถเช่าไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นก่อนการเช่า บริษัทจะไม่เรียกร้องค่าเช่ารถ
  4. หากรถเช่าไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปเนื่องจากการทำงานผิดปกติซึ่งเกิดขึ้นถึงแม้ว่าบริษัทจะได้ดำเนินการตรวจสอบและซ่อมบำรุงอย่างสม่ำเสมอดังที่กำหนดไว้ในข้อ 19 ผู้เช่าจะไม่ให้บริษัทรับผิดสำหรับความเสียหายใดๆ ที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากการทำงานผิดปกติดังกล่าว

ข้อ 30 ข้อยกเว้นเนื่องจากเหตุการณ์อื่นๆ ที่เป็นเหตุสุดวิสัย

  1. หากผู้เช่าไม่สามารถส่งคืนรถเช่าก่อนสิ้นสุดระยะเวลาเช่าเนื่องจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การโจรกรรม หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่เป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งไม่สามารถถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เช่า บริษัทจะไม่ให้ผู้เช่ารับผิดชอบในความเสียหายที่เกิดขึ้นอันเป็นผลมาจากเหตุดังกล่าว ในกรณีเช่นนี้ ผู้เช่าจะแจ้งให้บริษัททราบในทันทีและปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัท
  2. หากบริษัทไม่สามารถให้เช่ารถเช่าได้เนื่องจากภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุ การโจรกรรม การทำงานผิดปกติหรือข้อบกพร่องของรถ การที่ผู้เช่ารายอื่นส่งคืนรถล่าช้า การทำงานผิดปกติของปฏิบัติการโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การทำงานผิดปกติหรือข้อผิดพลาดในระบบที่ใช้งานปฏิบัติการของรถเช่าของบริษัท หรือเหตุการณ์อื่นๆ ที่เป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งไม่ใช่ความรับผิดชอบของบริษัท บริษัทจะไม่รับผิดในค่าชดเชยความเสียหายที่ผู้เช่าได้รับอันเป็นผลมาจากเหตุดังกล่าว

หมวดที่ 6 – การคืนรถ

ข้อ 31 ความรับผิดชอบในการคืนรถเช่า

  1. ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่จะคืนรถเช่าให้บริษัท ณ สาขาที่จะคืนรถตามที่ระบุไว้ภายในระยะเวลาสิ้นสุดการเช่า
  2. หากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ฝ่าฝืนวรรคก่อนหน้านี้ ผู้เช่าจะต้องชำระค่าชดเชยสำหรับความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับบริษัทโดยจะบวกเพิ่มจากการชำระเงินเพิ่มที่ได้กำหนดไว้ในวรรคต่อไปนี้
  3. หากเวลาคืนรถที่ระบุไว้ ณ เวลาที่ทำข้อตกลงการเช่าพ้นไปแล้ว ผู้เช่าจะต้องชำระเงินเพิ่มที่บริษัทได้กำหนดไว้โดยแยกต่างหาก อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดนี้จะไม่ใช้บังคับหากมีการดำเนินการตามขั้นตอนขยายเวลาก่อนที่ระยะเวลาเช่าจะสิ้นสุดลง

ข้อ 32 การตรวจสอบเมื่อคืนรถ ฯลฯ

  1. ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่จะคืนรถเช่าในสภาพเดียวกันกับเวลาเริ่มต้นเช่า ณ สาขาซึ่งได้ระบุไว้ในข้อตกลงการเช่า ยกเว้นในกรณีที่การเสื่อมสภาพเกิดขึ้นจากการใช้งานตามปกติในชีวิตประจำวัน ผู้เช่าจะต้องรับผิดในค่าใช้จ่ายที่จำเป็นเพื่อทำให้รถเช่าคืนสภาพเดียวกันกับเวลาเริ่มต้นเช่าหากรถเช่ามีรอยขีดข่วน เสียหาย ชิ้นส่วนหายไป หรือมีกลิ่นเหม็นตกค้าง (เช่น ผลจากการสูบบุหรี่หรือสาเหตุอื่นๆ ที่อาจเป็นไปได้) ฯลฯ เนื่องจากเหตุผลที่เป็นความรับผิดชอบของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่
  2. นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ เมื่อคืนรถเช่า ผู้เช่าจะแจ้งให้บริษัททราบถึงความผิดปกติใดๆ ที่พบในรถเช่าทันที
  3. เมื่อคืนรถเช่า ผู้เช่าต้องยืนยันว่าไม่มีสิ่งของใดหลงลืมไว้ (ต่อจากนี้เรียกว่า “สิ่งของที่ลืมไว้”) ในรถเช่าซึ่งเป็นของผู้เช่าหรือผู้โดยสาร ด้วยความรับผิดชอบของตนเอง บริษัทจะไม่รับผิดชอบในสิ่งของใดๆ ที่ลืมไว้หลังคืนรถเช่า
  4. หากมีค่าเช่าหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ค้างชำระ ผู้เช่าจะต้องชำระเงินดังกล่าวเวลาที่คืนรถเช่า
  5. นอกจากที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้านี้ เมื่อคืนรถเช่าและไม่ได้เติมเชื้อเพลิง เช่น น้ำมันเบนซินหรือน้ำมันดีเซล (หรือเติมน้ำมันไม่ “เต็มถัง”) ผู้เช่าจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการเติมน้ำมันให้แก่บริษัทโดยคำนวณตามตารางแปลงหน่วยวัดที่บริษัทกำหนดไว้ตามระยะทางที่เดินทาง

ข้อ 33 การจัดการสิ่งของที่ลืมไว้

  1. ผู้เช่าจะรับผิดชอบในการยืนยันว่าไม่มีสิ่งของที่ลืมไว้ในรถเช่าเมื่อคืนรถเช่า
  2. บริษัทจะไม่มีหน้าที่ในการตรวจสอบสิ่งของที่ลืมไว้ในรถเช่าและจะไม่รับผิดในค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้เช่า ผู้โดยสารหรือบุคคลที่สามอื่นๆ อันเป็นผลมาจากสิ่งของที่ลืมไว้
  3. หากพบสิ่งของที่ลืมไว้ในรถเช่า บริษัทจะจัดการสิ่งของดังกล่าวตามรายการต่อไปนี้ อย่างไรก็ตาม หากสิ่งของที่ลืมไว้ไม่ใช่ทรัพย์สินมีค่าและยากที่จะเก็บรักษาอย่างต่อเนื่อง บริษัทอาจทิ้งสิ่งของดังกล่าวในทันทีและไม่ปฏิบัติตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
    1. (1) สิ่งของที่ลืมไว้ซึ่งไม่ใช่ทรัพย์สินมีค่าหรือสิ่งของที่มีโอกาสเน่าเสีย เป็นอันตราย หรือยากที่จะเก็บรักษาอย่างต่อเนื่องจะถูกเก็บรักษาเป็นเวลาสาม (3) วันนับรวมวันที่พบ และจะถูกทิ้งหากเจ้าของไม่ได้มารับคืนในระยะเวลาดังกล่าว
    2. ใบอนุญาตขับขี่ หนังสือเดินทาง บัตรเครดิต (รวมถึงบัตร ETC ซึ่งจะใช้ข้อกำหนดเดียวกันหลังจากนี้) เหรียญ ธนบัตร อากรแสตมป์ ดวงตราไปรษณีย์ พันธบัตร บัตรที่ซื้อขายได้ โลหะมีค่า โทรศัพท์เคลื่อนที่และอัญมณีจะถูกส่งมอบให้สถานีตำรวจที่มีเขตอำนาจศาลอย่างเป็นทางการในฐานะทรัพย์สินที่สูญหาย อย่างไรก็ตาม หากตำรวจไม่รับ สิ่งของดังกล่าวจะถูกรับการเก็บรักษาไว้เป็นเวลาสาม (3) เดือนนับจากวันที่พบ และหากทราบชื่อและที่อยู่ของเจ้าของในระยะเวลาดังกล่าว จะมีการแจ้งให้เจ้าของรายนั้นๆ (หากเป็นบัตรเครดิต หมายถึงบริษัทที่ออกบัตร) ไปรับสิ่งของ สิ่งของดังกล่าวจะถูกทิ้งหากในช่วงระยะเวลาสาม (3) เดือนนับจากวันที่พบ หากไม่มีสามารถทราบชื่อของเจ้าของหรือเจ้าของไม่ได้มารับคืน
    3. ปืน ดาบ ยาเสพติด หรือสิ่งอื่นๆ ที่กฎหมายห้ามครอบครองจะถูกส่งให้สถานีตำรวจที่มีเขตอำนาจศาลอย่างเป็นทางการในทันที
    4. สิ่งของที่ลืมไว้ซึ่งไม่ตรงตามข้อ (1) ถึง (3) ข้างต้นจะได้รับการเก็บรักษาไว้เป็นเวลาหนึ่ง (1) เดือนนับจากวันที่พบ และจะถูกทิ้งหากเจ้าของไม่ได้มารับคืนในระยะเวลาดังกล่าว
  4. เมื่อคืนสิ่งของที่ลืมไว้ให้ผู้เช่า บริษัทจะส่งสิ่งของที่ลืมไว้คืนให้ผู้เช่าในสาขาที่บริษัทกำหนดหรือส่งสิ่งของดังกล่าวทางไปรษณีย์ให้แก่ผู้เช่าโดยเรียกเก็บเงินปลายทาง

ข้อ 34 สถานที่คืนรถ ฯลฯ

  1. หากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่เปลี่ยนสาขาที่จะคืนรถที่กำหนดไว้ตามข้อ 18 ผู้เช่าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการขนย้ายรถเช่าหลังการเปลี่ยนแปลงสาขา
  2. เมื่อผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ส่งคืน เช่า ไปยังสถานที่อื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้โดยไม่ได้รับความยินยอมจาก บริษัท ตามข้อ 18 ผู้เช่าจะต้องชำระค่าปรับเปลี่ยนสถานที่ส่งคืนตามที่ระบุไว้ด้านล่าง
    [คืนรถ สถานที่เปลี่ยนค่าปรับ]
    จำนวนเงินเท่ากับค่าใช้จ่ายจริงและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับ บริษัท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการโอน เช่า หลังจากการเปลี่ยนสถานที่ส่งคืน

ข้อ 35 มาตรการเมื่อรถเช่าไม่ถูกส่งคืน

  1. หากผู้เช่าไม่ส่งคืนรถเช่าภายใน 12 ชั่วโมงหลังสิ้นสุดระยะเวลาเช่าและไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องของบริษัทที่ให้ส่งคืนหรือหากมีการพิจารณาว่ารถเช่าถูกโจรกรรม เช่น ไม่ทราบตำแหน่งของผู้เช่า บริษัทจะดำเนินการทางกฎหมาย เช่น การฟ้องร้องคดีอาญา รวมถึงการใช้มาตรการต่างๆ เช่น การรายงานเรื่องรถถูกโจรกรรมให้สมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Rent-a-Car Association) ทราบ และบริษัทยังจะรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นจากรถที่ไม่ส่งคืนให้สมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น และใช้มาตรการต่างๆ เช่น การบันทึกข้อมูลลงในระบบสมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Rent-a-Car Association) ฯลฯ
  2. ในกรณีของวรรคก่อนหน้านี้ บริษัทจะค้นหารถเช่าโดยใช้ทุกวิธีที่มี
  3. ในกรณีของวรรค 1 ของข้อนี้ ผู้เช่าจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการนำรถเช่ากลับคืนและค้นหาผู้เช่า นอกเหนือจากการรับผิดในค่าชดเชยสำหรับความเสียหายที่บริษัทได้รับตามข้อกำหนดในข้อ 24

หมวดที่ 7 ‒ ข้อกำหนดเบ็ดเตล็ด

ข้อ 36 วัตถุประสงค์ในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

  1. บริษัทจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ที่ได้มาจากผู้เช่าและข้อมูลที่ได้รับจากการที่ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ใช้บริการ (ต่อจากนี้เรียกว่า "ข้อมูลการใช้งาน") เพื่อวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในรายการต่อไปนี้ ยกเว้นเหตุผลที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Information Protection Act) รวมถึงกฎหมายและข้อบังคับอื่นๆ ข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ได้รับการใช้งานเกินขอบเขตนี้
    1. เพื่อตรวจสอบเวลาที่ทำข้อตกลงการเช่า การระบุตัวตน การบ่งบอกข้อมูลของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่โดยอัตโนมัติในการแสดงผลของแอพพลิเคชันต่างๆ การจัดเตรียมการจองและบริการเช่า การออกใบรับรองการเช่า การชำระเงินค่าเช่ารถ การจัดการบันทึกในการเช่ารถเช่า การให้ผลประโยชน์ และการทำธุรกรรมอื่นๆ (อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ใช้งานร่วมจัดการข้อมูลเกี่ยวกับผู้เช่าหรือผู้ขับขี่เพื่อการใช้ข้อมูลร่วมดังที่อธิบายไว้ในวรรค 3 จะหมายถึงการใช้ภายในขอบเขตที่จำเป็นสำหรับเนื้อหาของสัญญาที่มีกับผู้เช่าหรือผู้ขับขี่และการดำเนินการดังกล่าว)
    2. เพื่อการตรวจสอบและการพิจารณาคุณสมบัติความเป็นสมาชิกสำหรับบริการที่นำเสนอโดย PARK24 GROUP และความถูกต้องของข้อกำหนดของบริการอื่นๆ
    3. เพื่อการโฆษณาผลิตภัณฑ์ บริการ สิทธิพิเศษ และข้อมูลอื่นๆ ที่จัดการโดย PARK24 GROUP และพันธมิตรทางธุรกิจ (จดหมาย นิตยสารทางไปรษณีย์ การช่วยแหลือลูกค้า ฯลฯ)
    4. เพื่อกิจกรรมการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่จัดการโดย PARK24 GROUP และพันธมิตรทางธุรกิจ (การสำรวจผ่านแบบสอบถาม โปรโมชั่น การส่งของขวัญ การวิเคราะห์การซื้อ ฯลฯ) และ
    5. เพื่อจัดการงานอื่นๆ หรือเกี่ยวข้องกับด้านบน
  2. บริษัทจะไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมแก่บุคคลที่สาม ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้
    1. เมื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว (กล่าวคือผู้เช่าหรือผู้ขับขี่) ได้ให้ความยินยอมต่อข้อกำหนด
    2. เมื่อต้องการโดยกฎหมายหรือข้อบังคับ
    3. เมื่อจำเป็นเพื่อปกป้องชีวิต สุขภาพ หรือทรัพย์สิน และยากต่อการได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง
    4. หากจำเป็นต้องร่วมมือในการดำเนินการตามหน่วยงานราชการระดับท้องถิ่นหรือระดับประเทศหรือฝ่ายที่หน่วยงานดังกล่าวได้ให้อำนาจในการทำกิจกรรมที่กฎหมายหรือข้อบังคับกำหนดไว้และการได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องอาจขัดขวางการดำเนินกิจกรรมดังกล่าว
    5. เมื่อการมอบข้อมูลดังกล่าวให้บุคคลที่สามในขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การใช้งาน
    6. ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับการรับช่วงต่อทางธุรกิจเนื่องจากการควบกิจการหรือเหตุผลอื่นๆ
    7. ในกรณีที่อธิบายไว้ในวรรค 3 ถึง 7
  3. บริษัทอาจมีส่วนร่วมในการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลร่วมและข้อมูลการใช้งานที่ให้ไว้ดังต่อไปนี้
    1. ข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้งานร่วมกัน
      ชื่อ วันเดือนปีเกิด เพศ อาชีพ สัญชาติ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล รุ่นรถ เลขทะเบียนรถ ข้อมูลใบขับขี่, ข้อมูลบัตรเครดิต (ในที่นี้จะรวมถึงชื่อผู้ถือบัตร เลขที่บัตร, วันหมดอายุและประวัติการใช้งาน) ภาพจากกล้อง (ถ่ายโดยกล้องที่เกี่ยวข้อง เช่น กล้องติดหน้ารถ กล้องที่ติดตั้งในที่จอดรถ) ประวัติการใช้บริการและรายการอื่นๆ ที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
    2. ขอบเขตของบริษัท PARK24 GROUP ที่มีการใช้งานร่วม (โปรดดูเว็บไซต์ต่อไปนี้)
      https://www.park24.co.jp/en/company/about/group.html
      ไม่รวมบริษัทต่างประเทศ
    3. วัตถุประสงค์ของการใช้งานร่วมกัน
      เช่นเดียวกับวัตถุประสงค์ใน (1) ถึง (4) จากวรรค 1 ของข้อนี้และสำหรับการดำเนินการของผู้ดูแลการปฏิบัติงานและสิ่งที่เกี่ยวข้อง (อย่างไรก็ตามสำหรับวัตถุประสงค์ตามข้อ (1) จะหมายถึงการใช้ภายในขอบเขตที่จำเป็นสำหรับเนื้อหาของสัญญาที่มีกับผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ [รวมถึงข้อกำหนดในการใช้บริการอื่นๆ ที่บริษัทให้บริการ] และการดำเนินการตามนั้น)
    4. ชื่อฝ่ายที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับการใช้งานร่วมกัน
    5. วิธีการได้มา
      การสื่อสารด้วยวาจา (รวมถึงโทรศัพท์) แบบฟอร์มทางเว็บไซต์ สัญญา แบบฟอร์มการสมัคร แบบสอบถามและวิธีการสื่อสารอื่นๆ ที่เป็นลายลักษณ์อักษร (รวมถึงบันทึกที่สร้างขึ้นผ่านทางแม่เหล็กไฟฟ้าหรือวิธีการอื่นๆ)
      นอกจากนี้ ข้อมูลผู้ใช้จะได้มาและเก็บรวบรวมผ่านผู้ใช้งานร่วมที่เกี่ยวข้องเมื่อผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ใช้บริการที่ผู้ใช้งานร่วมจัดหาให้
  4. บริษัทอาจจัดการข้อมูลผู้ใช้โดยให้และแบ่งปันข้อมูลผู้ใช้กับผู้ได้รับแฟรนไชส์ซึ่งได้ทำข้อตกลงแฟรนไชส์กับบริษัท อย่างไรก็ตาม ผู้ได้รับแฟรนไชส์ดังกล่าวอาจจัดการข้อมูลผู้ใช้ภายในขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้ตามวรรค 1 เฉพาะเมื่อผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ได้รับการจัดหาบริการที่เกี่ยวกับข้อกำหนดในการใช้งานเหล่านี้เท่านั้น
  5. บริษัทอาจจัดการข้อมูลผู้ใช้โดยให้และแบ่งปันข้อมูลผู้ใช้กับพันธมิตรในญี่ปุ่นและในต่างประเทศ (เฉพาะเมื่อมีการสมัครจองรถเช่าผ่านพันธมิตรดังกล่าวเท่านั้น) อย่างไรก็ตาม พันธมิตรดังกล่าวสามารถจัดการข้อมูลผู้ใช้ภายในขอบเขตที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการใช้ตามวรรค 1 (1) และ (2) เฉพาะเมื่อผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ได้รับการจัดหาบริการที่เกี่ยวกับข้อกำหนดในการใช้งานเหล่านี้เท่านั้น
  6. ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ตกลงว่าข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งรวมถึงชื่อ วันเดือนปีเกิด เลขที่ใบอนุญาตขับขี่และข้อมูลอื่นๆ ของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่จะได้รับการบันทึกในระบบเป็นระยะเวลาไม่เกินเจ็ด (7) ปีในระบบสมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Rent-a-Car Association) และจะมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวในการสืบสวนของสมาคมรถเช่าทั่วประเทศญี่ปุ่น (All Japan Rent-a-Car Association) และสมาคมรถเช่าประจำภูมิภาคต่างๆ ที่เข้าร่วม รวมถึงผู้ประกอบการเช่ารถที่เป็นสมาชิกของสมาคมดังกล่าวเมื่อทำข้อตกลงการเช่า หากเป็นไปตามรายการใดๆ ต่อไปนี้
    1. หากบริษัทได้รับคำสั่งให้ชำระค่าปรับจากการละเลยที่กำหนดไว้ในมาตรา 51-4 (1) แห่งพระราชบัญญัติการจราจรทางบก (Road Traffic Act)
    2. หากไม่มีการชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนสำหรับการจอดรถในที่ห้ามจอดดังที่ระบุไว้ในวรรค 5 ของข้อ 26 ให้แก่บริษัท หรือ
    3. หากเห็นว่ารถไม่ได้รับการส่งคืนดังที่ระบุไว้ในวรรค 1 ของข้อ 35
  7. บริษัทอาจใช้ข้อมูล (ต่อจากนี้เรียกว่า “ข้อมูลการใช้งาน”) ที่ได้มาผ่านการที่ผู้เช่าใช้บริการของบริษัทอย่างต่อเนื่องซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ระบุทางด้านล่าง หรือให้ข้อมูลแก่ฝ่ายทางด้านล่างเพื่อวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ ในการให้ข้อมูล บริษัทจะดำเนินการปกปิดข้อมูลส่วนบุคคลในข้อมูลเพื่อไม่ให้สามารถระบุตัวบุคคลอย่างเจาะจงได้จากข้อมูลการใช้งาน
    1. ข้อมูลการใช้งานหลัก
      ข้อมูลการเช่า (รุ่นรถ วันที่และเวลา สาขา ระยะทางในการวิ่ง ค่าธรรมเนียม โบนัส โปรโมชั่น แพ็กเกจรวมค่าชดเชย ตัวเลือก ความรับผิดจากอุบัติเหตุ ฯลฯ ) ข้อมูลการจอง (วิธี วันที่และเวลา การเปลี่ยนแปลง การยกเลิก ฯลฯ) อุปกรณ์ GPS ของรถเช่า กล้องติดหน้ารถ ข้อมูลที่บันทึกของอุปกรณ์ที่ติดตั้งในรถ ฯลฯ
    2. วัตถุประสงค์การใช้งาน
      เพื่อปรับปรุงและพัฒนาบริการของบริษัท รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่เสนอโดย PARK24 GROUP และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อพิจารณาและปรับใช้บริการใหม่ของ PARK24 GROUP และพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึงเพื่อจัดทำและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน และเพื่อจัดระบบและปรับใช้การบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
    3. ฝ่ายผู้รับข้อมูล
      PARK24 GROUP พันธมิตรทางธุรกิจของ PARK24 GROUPและสถาบันวิจัย
    4. ความหมายของข้อกำหนด
      การส่งหรือการส่งผ่านโดยลายลักษณ์อักษร แม่เหล็กไฟฟ้า หรือการสื่อสารด้วยวาจา (รวมถึงทางโทรศัพท์)
  8. นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อนี้ แผนของบริษัทที่จะปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลจะเป็นไปตามนโยบายความเป็นส่วนตัวและนโยบายในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเผยแพร่ในหน้าหลักของบริษัท
    นโยบายความเป็นส่วนตัว
    การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อ 37 ฟังก์ชั่น GPS

  1. ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไขว่าเมื่อรถเช่าได้รับการติดตั้งระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก (ต่อจากนี้เรียกว่า "ฟังก์ชั่น GPS") ตำแหน่งแบบเรียลไทม์ เส้นทางที่นำทาง และข้อมูลอื่นๆ ของรถเช่าจะได้รับการบันทึกในระบบที่บริษัทกำหนดและบริษัทจะใช้ข้อมูลบันทึกดังกล่าว (รวมถึงข้อมูลการใช้งาน) ในกรณีต่อไปนี้
    1. เพื่อยืนยันว่ามีการคืนรถเช่าในสถานที่ที่กำหนดเมื่อสิ้นสุดข้อตกลงการเช่า
    2. กรณีที่ตกอยู่ภายใต้วรรค 1 ของข้อ 35 กรณีที่บริษัทพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องหาตำแหน่งแบบเรียลไทม์ เส้นทางที่นำทาง และข้อมูลอื่นๆ ของรถเช่าที่มีฟังก์ชั่น GPS เพื่อรับผิดชอบรถเช่า ข้อตกลงการเช่า ฯลฯ และ
    3. กรณีที่บริษัทจะใช้บันทึกในการวิเคราะห์ตลาดเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้เช่า ผู้ขับขี่ และลูกค้ารายอื่นๆ เช่น เพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการที่จัดเตรียมให้แก่ผู้เช่าและผู้ขับขี่
  2. ข้อมูลที่บันทึกด้วยอุปกรณ์ GPS อาจได้รับการเปิดเผยแก่บุคคลที่สามในกรณีต่อไปนี้:
    1. เมื่อเห็นว่าจำเป็นต่อการแก้ปัญหาอุบัติเหตุหรือปัญหาอื่นๆที่ เกี่ยวกับบริการของเราหรือรถที่เช่า (ผู้รับ: บริษัทประกันภัยที่เป็นพันธมิตรของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือปัญหา)
    2. กรณีที่ตกอยู่ภายใต้วรรค 2 ของข้อ 36
  3. ข้อมูลที่บันทึกด้วย GPS จะเก็บไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง (ประมาณเจ็ดปีหลังจากได้รับ) จากนั้นจะถูกลบทันทีหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

ข้อ 38 กล้องติดหน้ารถ

  1. ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไขว่าเมื่อรถเช่าได้รับการติดตั้งกล้องติดหน้ารถ จะมีการบันทึกสภาวะการขับขี่ของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่เอาไว้ และบริษัทจะใช้บันทึกดังกล่าว (รวมถึงข้อมูลการใช้งาน) ในกรณีต่อไปนี้
    1. กรณีที่บริษัทพิจารณาแล้วว่าจำเป็นต้องกำหนดสภาวะการขับขี่ของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่เพื่อรับผิดชอบรถเช่าและสัญญาเช่า และ
    2. กรณีที่บริษัทจะใช้บันทึกในการวิเคราะห์ตลาดเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของผู้เช่า ผู้ขับขี่ และลูกค้ารายอื่นๆ เช่น เพื่อปรับปรุงสินค้าและบริการที่จัดเตรียมให้แก่ผู้เช่าและผู้ขับขี่
  2. 2. ข้อมูลที่บันทึกด้วยกล้องติดหน้ารถอาจได้รับการเปิดเผยแก่บุคคลที่สามในกรณีต่อไปนี้
    1. เมื่อเห็นว่าจำเป็นต่อการแก้ปัญหาอุบัติเหตุหรือปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับบริการของเราหรือรถที่เช่า (ผู้รับ: บริษัทประกันภัยที่เป็นพันธมิตรของบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุหรือปัญหา)
    2. กรณีที่ตกอยู่ภายใต้วรรค 2 ของข้อ 36
  3. ข้อมูลที่บันทึกด้วยกล้องติดหน้ารถจะเก็บไว้ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง (ประมาณสามเดือนหลังจากได้รับ) จากนั้นจะถูกลบทันทีหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าว

ข้อ 39 ค่าใช้จ่ายสำหรับการชำระเงินล่าช้า

ในกรณีที่ไม่ได้ชำระค่าเช่ารถหรือหนี้ทางการเงินอื่นๆ เมื่อวันที่ถึงกำหนดชำระเงินพ้นไปแล้ว ผู้เช่าจะชำระค่าเช่ารถและจำนวนเงินที่ยังไม่ได้ชำระที่เหลือในทันที พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายสำหรับการชำระเงินล่าช้า 14.6% ต่อปีตามจำนวนวันตั้งแต่วันถัดจากวันที่ถึงกำหนดชำระเงินจนถึงวันที่ทำการชำระเงิน

ข้อ 40 การระงับการเช่า

  1. บริษัทจะสงวนสิทธิ์ที่จะระงับการเช่าชั่วคราวโดยไม่แจ้งให้ผู้เช่าทราบล่วงหน้าด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
    1. การซ่อมบำรุงในกรณีฉุกเฉินสำหรับรถเช่า เครือข่ายการสื่อสาร ระบบ โปรแกรมซอฟต์แวร์ และสิ่งอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเช่า
    2. ไฟไหม้ ไฟฟ้าดับ ภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วม สึนามิ หรือปัญหาการสื่อสารโทรคมนาคมหรือข้อผิดพลาดของระบบ
    3. สงคราม ความไม่สงบ การจลาจล ความวุ่นวายในประเทศหรือการนัดหยุดงาน
    4. ระบบถูกใช้งานมากเกินไป หรือเมื่อบริษัทพิจารณาแล้วว่ามีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
    5. เมื่อบริษัทเห็นว่าการระงับการเช่าชั่วคราวมีความจำเป็นเนื่องจากเหตุผลทางเทคนิคและการปฏิบัติงานอื่นๆ
  2. บริษัทจะไม่รับผิดชอบในความสูญเสียใดๆ ที่เกิดกับผู้เช่าเนื่องจากความล่าช้าหรือการระงับการเช่าเนื่องจากเหตุผลที่ระบุข้างต้น

ข้อ 41 (การเปลี่ยนแปลงเครือข่ายการสื่อสาร ระบบ ซอฟต์แวร์ รวมถึงรายการอื่นๆ และข้อยกเว้นความรับผิดชอบ)

  1. บริษัทจะสงวนสิทธิ์ในการแก้ไข ปรับปรุงหรือระงับการดำเนินงานของเครือข่ายการสื่อสาร ระบบ ซอฟต์แวร์ รวมถึงรายการอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการเช่าโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้เช่าทราบหรือได้รับความยินยอมจากผู้เช่าล่วงหน้า ทั้งนี้ บริษัทจะไม่รับผิดในความสูญเสียใดๆ ที่เกิดกับผู้เช่าเนื่องจากเหตุผลที่ระบุข้างต้น
  2. บริษัทจะไม่รับประกันว่าอีเมลและเนื้อหาที่ส่งจากเว็บไซต์ เซิร์ฟเวอร์ และแหล่งที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันจะไม่มีไวรัสคอมพิวเตอร์หรือมัลแวร์อื่นๆ ยกเว้นในกรณีที่เป็นความรับผิดชอบของบริษัท

มาตรา 42: การได้มาซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์โดยผู้ผลิตรถยนต์หรือผู้อื่น

ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่จะต้องยอมรับโดยไม่คัดค้านว่าผู้ผลิตหรือผู้อื่นอาจได้รับข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ตามที่ระบุไว้ด้านล่างเนื่องจาก เช่า ของเราบางส่วนมีระบบนำทางรถยนต์หรืออุปกรณ์ในรถยนต์อื่น ๆ ของผู้ผลิตรถยนต์ บริษัท ค้าปลีกรถยนต์ ของผู้ผลิตรถยนต์ (ต่อไปนี้จะเรียกว่า "ผู้ผลิตรถยนต์")

  1. ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับรถยนต์
    ข้อมูลเกี่ยวกับชั่วโมงไมล์สะสมและความเร็วในการขับขี่สภาพและที่ตั้งของรถยนต์
  2. วัตถุประสงค์ในการใช้งาน
    วัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลจะต้องเป็นไปตามที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนดรวมถึงวัตถุประสงค์เพื่อยืนยันสถานการณ์ในกรณีฉุกเฉินพัฒนาสินค้าที่ผู้ผลิตยานยนต์จัดทำขึ้นให้ควบคุมความปลอดภัยหรือปรับปรุงบริการ
  3. ผู้สอบถามและผู้รับผิดชอบข้อมูลรถยนต์ในบทความนี้
    ผู้ผลิตรถยนต์
  4. ระยะเวลาการเก็บรักษา
    ระยะเวลาการเก็บรักษาจะต้องเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดโดยผู้ผลิตรถยนต์

มาตรา 43: รายละเอียดข้อบังคับ

  1. บริษัทอาจกำหนดข้อบังคับโดยละเอียดสำหรับข้อตกลงฉบับนี้ไว้โดยแยกต่างหาก และข้อบังคับโดยละเอียดดังกล่าวจะมีผลใช้บังคับและผลลัพธ์เช่นเดียวกับข้อตกลงฉบับนี้
  2. เมื่อมีการกำหนดข้อบังคับโดยละเอียดไว้โดยแยกต่างหาก บริษัทจะแสดงข้อบังคับดังกล่าวในสำนักงานขายของบริษัท รวมถึงใส่ไว้ในเว็บไซต์รายการราคา และสื่อต่างๆ ข้อกำหนดเดียวกันนี้จะใช้บังคับเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของข้อบังคับ

มาตรา 44: การแก้ไขข้อกำหนดและเงื่อนไข

  1. บริษัท อาจแก้ไขข้อตกลงนี้และข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้เช่าล่วงหน้าโดยวิธีการที่กำหนดไว้ในวรรคต่อไปนี้
  2. การปรับเปลี่ยนข้อตกลงนี้และข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ จะต้องทำโดยการโพสต์การแก้ไขในหน้าแรกของเราที่กำหนดไว้ในวรรคที่ 8 ของบทความ 36 หรือโดยการแจ้งให้ผู้เช่าในวิธีที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยน
  3. การแก้ไขข้อตกลงนี้และข้อกำหนดและเงื่อนไขอื่น ๆ ที่ทำขึ้นตามวรรคก่อนจะมีผลในวันที่ประกาศในหน้าแรกของเราหรือระบุในวิธีการแจ้งที่เหมาะสมตามที่กล่าวไว้ในวรรคก่อน

มาตรา 45: ศาลของพนักงานเจ้าหน้าที่

หากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ์และหน้าที่ตามข้อตกลงฉบับนี้และข้อตกลงการเช่า ศาลชั้นต้นที่อยู่ในอำนาจเขตศาลคือศาลแพ่งคดีเล็กน้อยของกรุงโตเกียว (Tokyo Summary Court) หรือศาลแขวงกรุงโตเกียว (Tokyo District Court) ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ถูกเรียกร้อง เว้นแต่ทั้งสองฝ่ายจะได้ตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

ข้อกำหนดพิเศษสำหรับการเช่ารถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฟฟ้า

  1. หากรถเช่าเป็นรถยนต์แบบปลั๊ก-อินไฮบริดหรือรถยนต์ไฟฟ้า (ต่อจากนี้เรียกว่า “รถยนต์ไฟฟ้า”) ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะปฏิบัติตามคู่มือผู้ใช้รถและข้อบังคับอื่นๆ โดยละเอียดเกี่ยวกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่ระบุและที่ชาร์จของรถ (ต่อจากนี้เรียกว่า “ที่ชาร์จ”) ซึ่งบริษัทกำหนดไว้โดยแยกต่างหาก
  2. ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะตกลงล่วงหน้าว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องได้รับการชาร์จมาเต็ม ณ เวลาที่เช่า และในกรณีเช่นนี้ ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะชาร์จรถด้วยค่าใช้จ่ายของตนเอง และเวลาที่กำหนดสำหรับการชาร์จจะรวมอยู่ในเวลาที่ชาร์จได้
  3. หากอุปกรณ์ชาร์จสูญหาย เสียหายหรือมีรอยเนื่องจากเหตุผลที่เป็นความรับผิดชอบของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะต้องชดเชยความเสียหายที่เกิดแก่บริษัท
  4. บริษัทจะไม่รับผิดชอบต่ออุบัติเหตุ ปัญหาและปัญหาอื่นๆ เนื่องจากเหตุผลที่เป็นความรับผิดชอบของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ เช่น การจัดการรถยนต์ไฟฟ้าหรืออุปกรณ์ชาร์จอย่างไม่ถูกต้อง หรือการประมาทเลินเล่อ
  5. เมื่อส่งคืนรถยนต์ไฟฟ้า ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในข้อ 32 และข้อ 34 ของข้อกำหนดและเงื่อนไขของ Times CAR RENTAL และเชื่อมต่อสายชาร์จของอุปกรณ์ชาร์จเข้ากับอุปกรณ์ชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้า หากผู้เช่าหรือผู้ขับขี่คืนรถยนต์ไฟฟ้าโดยไม่ได้เชื่อมต่อสายชาร์จของอุปกรณ์ชาร์จเข้ากับรถยนต์ไฟฟ้า ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะต้องชำระค่าธรรมเนียมและค่าเสียหายที่จำเป็นในกรณีที่เกิดปัญหาการเช่าภายหลัง
  6. ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะต้องระลึกไว้เสมอว่าระยะทางในการวิ่งจะแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับวิธีการขับขี่ สภาพการขับขี่และการใช้อุปกรณ์ที่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า เช่น เครื่องปรับอากาศและระบบนำทางรถ ผู้เช่าและผู้ขับขี่จะชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยความรับผิดชอบและค่าใช้จ่ายของตนเอง
  7. หากรถยนต์ไฟฟ้าไม่สามารถใช้ได้เนื่องจากชาร์จไฟน้อยไป บริษัทจะไม่รับผิดชอบ ส่วนผู้เช่าและผู้ขับขี่จะต้องชำระค่าบริการรถพ่วงและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่จำเป็นเพื่อคืนรถยนต์ไฟฟ้าไปยังสถานที่ที่กำหนด

ข้อกำหนดพิเศษสำหรับบริการปิ๊ดแล้วไป (ピッとGo Service)

  1. ข้อกำหนดพิเศษในที่นี้จะมีผลกับผู้ใช้บริการปิ๊ดแล้วไป (ピッとGo Service) ซึ่งเป็นผู้เช่าตามข้อตกลงฉบับนี้
  2. บริการปิ๊ดแล้วไป (ピッとGo Service) (ต่อจากนี้เรียกว่า “บริการ”) หมายถึงบริการที่ใบอนุญาตขับขี่ของสมาชิกได้รับการลงทะเบียนไว้แล้วเมื่อจะใช้บริการ (ต่อจากนี้เรียกว่า “บริการเป้าหมาย”) ในบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งดำเนินการโดยบริษัทต่างๆ ของ PARK24 GROUP
    https://www.park24.co.jp/en/company/about/group.html)บริการช่วยให้สมาชิกดำเนินการในขั้นตอนสำหรับการเช่าและการคืนรถเช่าของบริษัทโดยใช้บัตรสมาชิกของบริการเป้าหมาย
  3. ในกรณีที่ผู้เช่าใช้บริการ บริษัทจะตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่ของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่โดยการขอให้ผู้เช่าหรือผู้ขับขี่แสดงใบอนุญาตขับขี่และส่งสำเนาเอกสารหรือโดยการตรวจสอบข้อมูลที่ข้องเกี่ยวกับใบอนุญาตขับขี่ของผู้เช่าหรือผู้ขับขี่ตามที่ลงทะเบียนในบริการเป้าหมาย โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดในวรรค 1 ของข้อ 7 ของข้อกำหนดและเงื่อนไขของ Times CAR RENTAL ทั้งนี้ บริษัทจะออกใบรับรองการเช่าที่ระบุไว้ในข้อ 9 ของข้อกำหนดและเงื่อนไขของ Times CAR RENTAL ทางออนไลน์
  4. เมื่อใช้บริการ ผู้เช่าและผู้ขับขี่สามารถคืนรถเช่าถึงแม้ไม่ใช่ที่บริษัทได้เนื่องด้วยบริษัทได้ให้ความยินยอม โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดในวรรค 1 ของข้อ 32 ในข้อกำหนดและเงื่อนไขของ Times CAR RENTAL

บทบัญญัติเพิ่มเติม: ข้อตกลงนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2020

โปรดค้นหาข้อกำหนดและเงื่อนไขก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2020ที่นี่.

โปรดค้นหาข้อกำหนดและเงื่อนไขก่อนวันที่ 31 มีนาคม 2020ที่นี่.